สอน SEO ด้วย 7 ขั้นตอนง่ายๆ สำหรับมือใหม่

สอน SEO ด้วย 7 ขั้นตอนง่ายๆ สำหรับมือใหม่
Share on facebook
Share on twitter
Share on pinterest
ถ้าเพื่อนๆหลายๆคนกำลังเรียน SEO แต่ว่าติดปัญหาเรื่อง Keyword ต่างๆที่ทำให้เรามึน งง ไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอะไร บทความนี้จะมาเล่าให้ฟังง่ายๆว่า SEO คืออะไรต้องทำขั้นตอนไหนบ้างในการทำ SEO น่ะครับ
เพื่อนๆเคยได้ยิน Keyword พวกนี้บ้างไหมครับ
  1. Crawlers
  2. Backlinks
  3. Anchor Text
  4. Nofollow / Do follow
  5. Whitehat / Blackhat

ในตลาด SEO จริงๆแล้วมี Keyword แปลกๆอีกเยอะน่ะครับ ที่ทำให้คนที่พึ่งเริ่มต้นใหม่ๆ มึนกันไปตามๆกัน และไม่รู้ว่าจะต้อง Focus อะไรก่อน

บทความนี้จะอธิบาย ภาษา เอเลี่ยน ให้เป็นภาษาคน ให้เราเข้าใจมากขึ้นน่ะครับ

Search Engine คืออะไร?

Search Engine ที่เราทุกคนรู้จักเป็นอย่างดีก็คงหน้ไม่พ้น Google พี่ใหญ่ในโลกออนไลน์ จนตอนนี้กลายเป็น Verb ไปแล้วที่เวลาใครๆจะค้นหาอะไรก็บอกว่า Google

แต่ Google ก็ไม่ได้เป็น Search Engine ตัวเดียวในโลกนี้น่ะครับเพราะยังมี Baidu / Yande / Bing / Naver ที่ในโลกนี้ประเทศอื่นๆก็ยังใช้อยู่แทน Google อีก

พวกนี้เนี่ยจะเรียกว่า Search Engine ทั้งหมดเลยนะครับ

จริงๆแล้วหน้าที่หลักของ Search Engine ก็คือเก็บข้อมูลเเละนำข้อมูลเหล่านั้นมา ประมวลผลและแสดงผลที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราต้องการค้นหาอยู่นั่นเองครับ

โดยปัจจุบันนี้เนี่ยจากข้อมูลเดือน November 2018 รีพอร์ทโดย Netmarketshare นั้นคนค้นหาในโลกนี้ 73% ใช้ Google และ อีก 7.91% ใช้ Bing

เป็นเรื่องที่น่าตกใจมากว่าทำไม Google ถึงแย่งส่วนแบ่งได้มากถึง 73%  ที่มากกว่าอันดับสองอย่าง Bing อยู่ถึง 9เท่านิดๆ

เหตุผลนั้นก็เป็นเพราะว่า

  1. ขนาด Database ของ Google นั้นใหญ่กว่า Bing
  2. ผลลัพท์ของคำค้นหาที่ตอบโจทย์ผู้ค้นหา

ในประเทศไทยนั้นหลักๆก็คือ Google ให้ผลลัพท์เวลาค้นหาได้ดีกว่า Search Engine ตัวอื่นทำให้ Google เข้ามาครองใจผู้บริโถคอย่างเราๆนั่นเองครับ ปัจจุบันนี้ Google ได้เป็น Search Engine ที่ผู้คนทั้งโลกรู้จักและใช้งานอย่างแพร่หลาย ยกเว้นประเทศจีน ที่มี Search Engine ของตัวเองอย่าง Baidu และ แบน Google ออกจากประเทศอย่างถาวรนะครับ

ประเทศเกาหลี ที่ใช้ Naver ในการค้นหา และประเทศรัสเซีย ที่ใช้ Yandex ในการค้นหา

โดยที่ Youtube ก็เป็น Search Engine เหมือนกันนะครับ

Google ทำงานอย่างไร

อย่างที่รู้ๆกันนะครับ ว่า Search Engine ที่ใหญ่ที่สุดตอนนี้ก็คือ google ตอนนี้เราต้องรู้เพิ่มเติมแล้วว่า Google ทำงานอย่างไรบ้าง

จริงๆสรุปเป็น Version สั้นๆง่ายๆก็คือ

  1. หาเว็บไซด์ >> โหลดเก็บไว้ในฐานข้อมูล  >> นำมาแสดงผล

หาเว็บไซด์ หรือ Crawling

ลองจินตนาการนะครับว่า ถ้าเพื่อนๆตอนนี้เดินทางมาเที่ยวที่ ประเทศญี่ปุ่นครั้งแรก ในสมัยที่ยังไม่มีอินเตอร์เน็ต ไม่มีแผนที่ การที่จะไปที่ใดสักที่คงจะต้องเดินหาตาม ตรอกซอกซอย ต่างๆเพื่อสร้างเป็นแผนที่ขึ้นมาเพื่อที่จะได้รู้ว่า มีอะไรตรงไหนบ้าง

หลังจากเดินไปสำรวจทั้งหมดเเล้วเพื่อนๆก็ถึงจะรู้ ว่ามีสถานที่ไหนอยู่ที่ไหนบ้าง กลายเป็นแผนที่

นี่ก็เป็นวิธีการเดียวกันกับที่ Google ทำงาน ยกเว้นแต่ ประเทศญี่ปุ่นที่ยกตัวอย่างนั่นก็คือ เว็บไซด์แทนนั่นเอง และ ถนน ตรอก ซอกซอย ต่างๆนั้นก็เปรียบเสมือน Backlinks นั่นเองครับ

Google เริ่มจากเว็บไซด์ตั่งต้นจากนั้นก็ไต่ไปเรื่อยๆตามลิ้งต่างๆบนเว็บไซด์ จากเว็บไซด์ 1 เป็นเว็บไซด์ที่ 2 – 3 – 4 – 5 – 6 – …… 100000000000 เว็บไซด์ในที่สุดนั่นเองครับ

และ Google ทำสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้อย่างไร?

Google เขียนโปรแกรมขึ้นมา โดยเรียกโปรแกรมนี้ว่า Crawler (แปลเป็นภาษาไทยคือ แมลงไต่ๆ ) โดยตัวโปรแกรมนี้ก็ทำหน้าที่ ไต่ ไปตามลิ้งต่างบนเว็บไซด์นั่นเองครับ

ปล
บางครั้บ Crawler ก็ถูกพูดถึงเป็น Spider (แมลงมุม) ด้วย

โดยหน้าที่ของเราใน ฐานะ SEO Specialist เราก็จะทำอย่างไรก็ได้ให้ Spider / Crawler ทำงานได้ยอ่างง่ายดายที่สุด และเข้าใจเว็บไซด์ของเราได้ดีทื่สุดนั่นเองครับ

อินเด็กซ์ – Indexing

หลังจาก Spider / Crawler เข้าไปไต่เว็บไซด์มเรียบร้อยแล้ว และดึงข้อมูลเว็บไซด์ เก็บไว้ใน Database แล้ว เราจะเรียกขั้นตอนนี้ว่า Indexing หรือ ‘Index’  เมื่อเว็บไซด์ของเพื่อนๆทำการ index แล้ว Google ก็จะนำเว็บหน้านั้นๆมาแสดงผลใน Search Result

นี่คือรูปภาพของเว็บไซด์ ที่เพื่อนๆจะเห็นเมื่อเข้ามาในเว้บไซด์ Bangkokseo.net/Blog

นี่คือสิ่งที่ Google Bot จะเห็นเมื่อเข้ามาในเว็บไซด์  Bangkokseo.net/Blog

ข้อมูลเหล่านี้คือข้อมูลที่ Spider / Crawler จะเก็บไว้ใน Database ไม่ว่าจะเป็น Title / Description / Keywords / Links และข้อมูลอื่นๆที่มีประโยชน์ในการจัดอันดับ

คลิ๊กที่ลิ้งนี้ >> ทดลอง ดูว่าเว็บไซด์ของเพื่อนๆ Spider เข้ามา Crawl แล้วหน้าตาเป็นอย่างไร

หน้าที่ของ SEO Specialist คือ ต้องให้ข้อมูลที่ Google Crawl นั้นมีข้อมูลที่เราต้องการแสดงให้ User และ Google เห็น

ผลการค้นหา

เวลาที่เราค้นหาใน Google  สิ่งที่กูเกิ้ลจะทำก่อนก็คือ Search หาข้อมู,จาก Database ที่ Crawler/Spider ไปเก็บข้อมูลมา และคำนวนด้วย Algorithm หลยๆ 100 อัลกอลิทึ่ม และแสดงข้อมูลเว็บไซด์ที่เกี่ยวข้องกับ Keyword ที่เพื่อนๆป้อนเข้ามา ได้มากที่สุด

โดยที่ Algorithm ของ Google นั้นไม่มีใครสามารถอธิบายได้ แต่สิ่งที่ทุกคนที่ทำ SEO นั้นเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งในการทำ SEO ก็คือ

“คุณภาพ Backlink ที่ได้รับกลับมาจากยังเว็บไซด์ของเรา”

วิธีการปรับแต่งเว็บไซด์ให้ติดอันดับบน Google?

เอาละตอนนี้คุณเริ่มรู้แล้วนะครับว่า Google / Search Engine ทำงานด้วยก Spider/Crawler ที่ไต่ไปยังเว็บไซด์ต่างๆ เก็บข้อมูลลงดาต้าเบส (Index)

ซึ่งตอนนี้ก็มาถึงคำถามสำคัญอีกครั้งคือ เราจะปรับแต่งเว็บไซด์อย่างไรให้ติดอันบน Search Engine

ซึ่งในส่วนนี้จะต้องแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆ นั่นก็คือ
On-page SEO และ Off-page SEO

On-page SEO เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ การปรับแต่งส่วนต่างๆบนเว็บไซด์ของเราเพื่อให้ Google เข้าใจว่ามันเกี่ยวข้องกับ Keyword คำค้นหาอะไรให้ได้ดีที่สุด เพื่อที่ Google จะได้ตัดสินใจได้ว่าจะจัดอันดับเว็บไซด์นี้ให้อยู่บนคีย์เวิร์ดอะไรดีที่สุด

Off-page SEO คือการสร้าง Backlink ที่มีคุณภาพเข้ามาหาเว็บไซด์ของเราให้เยอะที่สุด เพื่อให้ Google คิดว่าเว็บไซด์ของเรานั้นมีความน่าเชื่อถือ

7 ขั้นตอนสำคัญ ที่จะทำให้เว็บไซด์ของเราติดอันดับบน Google

1. รู้ว่า Keyword ไหนที่คนกำลังค้นหาอยู่เกี่ยวกับธุรกิจเรา

คนค้นหาเกี่ยวข้องกับสินค้า และบริการของเราได้หลากหลายวิธีการมาก

ยกตัวอย่างเช่น บริษัทขายประกันรถยนต์ อาจจะมีคนค้นหาคำว่า บริษัทประกันรถยนต์บางพลี หรือ บริษัทขายประกันรถยนต์ใกล้ๆบ้าน เป็นต้น

ถึงแม้ว่า คนจะใช้คำค้นหาต่างกันแต่สิ่งที่เขาต้องการก็เหมือนกันคือ ต้องการซื้อประกันรถยนต์ เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณควรเริ่มต้นเป็นอย่างแรก คือทำความเข้าใจว่าคีย์เวิร์ดไหนที่คนค้นหาเยอะ และค้นหาสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการของเรา

เพื่อที่เราจะได้เริ่มต้นปรับแต่งเว็บไซด์ บทความของเราให้เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการของเราได้ดีที่สุด

เครื่องมือที่ใช้ในดูว่าคนค้นหาคำว่าอะไร ทั้งเสียเงินและฟรี

1. Google Trends : ใช้งานได้ฟรี โปรแกรมนี้จะบอกว่าคนค้นหาคำว่าอะไร และเทรนการค้นหาคำ ที่เราใส่ไปนั้นมีลักษณะอย่างไรบ้าง เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไร

แต่ข้อเสียของ Google Trends นั้นก็คือมันไม่แสดงให้เห็น Search Volume ว่าในแต่ละเดือนนั้นมี Search Volume ประมาณเท่าไหร่

2. Google Keyword Research Tools

3. Ahrefs เป็นโปรแกรมเสียเงิน ที่ช่วยให้เราค้นหา Search Volume และคำที่เกี่ยวข้องได้ โดย Tools ตัวนี้เป็น เครื่องมือตัวโปรดของบริษัทเราที่ใช้งานเป็นประจำทุกวันนะครับ

เมื่อเรารู้แล้วว่าคนค้นหาคำว่าอะไร สิ่งที่เราต้องทำต่อมาคือ เขียนบทความให้เกี่ยวข้องกับ คีย์เวิร์ดที่คนค้นหาอยู่ในขณะนั้น

2.เขียนบทความที่คนค้นหาต้องการอ่าน

ถ้าเพื่อนๆต้องการ Traffic และติดอันดับบนคีย์เวิร์ดที่ต้องการนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือการเขียนบทความที่มีประโยชน์และเกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดที่คนค้นหาอยู่

แต่ถ้าเกิดว่าเพื่อนๆที่อ่านไม่รู้ว่าจะเขียนเกี่ยวกับอะไรดี ให้ลองค้นหาใน Google ในคีย์เวิร์ดที่ต้องการทำอันดับดูน่ะครับ เพื่อนๆจะเจอ เฉลย! ว่า Google ให้คะแนนบทความประเภทไหนในคีย์เวอร์ดที่เพื่อนๆกำลังเขียนบทความอยู

ยกตัวอย่างเช่น

คีย์เวิร์ดคำว่า บริษัทประกันรถยนต์

สิ่งที่เพื่อนๆเห็นใน Search Result ตอนนี้คือ

สิ่งที่ Google ต้องการมากที่สุดนั่นเองครับ อยากจะให้เพื่อนๆใช้เวลาในการสังเกต Search results เพราะว่า Search Result นั่นเอง ก็ไม่ต่างกับเฉลยที่เรา กำลังมองหานะครับ

3 เขียนหัวข้อ บทความให้ดีเพื่อจะได้มีคนคลิกเยอะกว่าเดิม

เราพูดไปหลายเรื่องเกี่ยวกับ keyword ที่จะใช้ทำอันดับบน Google ไม่ว่าจะเป็น สิ่งที่เราต้องเขียนเพื่อทำให้เว็บไซต์เราติดอันดับ ส่วนที่สำคัญที่สุดและขาดไปไม่ได้เลยก็คือ ข้อที่จะทำให้คนกดคลิกเข้ามาอ่านบทความของเรานั้นเองครับ

เพื่อนๆลองเข้า ตัวอย่าง จาก keyword คำว่าบริษัทประกันรถยนต์

จากรูปภาพเพื่อนๆจะเห็นว่า บทความหนึ่งที่เขียน หัวข้อไว้ว่า 5 บริษัทประกันภัยรถยนต์ที่หลายๆคนยกนิ้วให้ว่าดีที่สุดในประเทศ

ไม่ได้มีเพียงแค่ 1 ประกันรถยนต์ มีถึง 5 ประกันรถยนต์เลยทีเดียว

แค่นี้ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งให้คนกดคลิกมากกว่าบทความที่มีหัวข้อธรรมดาธรรมดาทั่วไปแล้วล่ะครับ

4 ใช้ URL สั้นที่สุดแต่เข้าใจได้

ข้อสังเกตบน Google เนี่ย หน้าแรกนั้นจะมี เว็บไซต์น้อยมากที่มี URL ยาว ส่วนใหญ่ก็จะเป็น URL มีลักษณะสั้นๆอ่านเข้าใจง่ายนะครับ

สิ่งที่ผมพยายามบอกก็คือ Google นั้น ชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไรเราสามารถสังเกตได้จาก search results ที่เราค้นหาอยู่ในปัจจุบันครับ

5 ปรับแต่งรูปภาพ ให้มีขนาดเล็ก และมี keyword อยู่ในรูปภาพ

ปัจจุบันนั้น Google ไม่ได้ใช้เพียงบทความ เพื่อทำอันดับบน Google อีกต่อไปแล้วนะครับ

รูปภาพก็เป็นหนึ่งในฟิวเจอร์ที่ Google ขึ้นมาทำอันดับด้วย การที่เราทำ seo ให้กับรูปภาพนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งในการที่จะ ดึงคน เข้ามาในเว็บไซต์มากขึ้นได้อีกด้วยครับ

6 การแต่งบทความให้น่าอ่าน สำหรับคนและสำหรับ Robot ด้วย

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเขียนบทความนั้นก็คง ขาดไปไม่ได้คือหัวข้อบทความเชื่อดึงคนเข้ามา ยังบทความและเนื้อหาหลักของเรา ต่อมาก็คง เป็นการปรับแต่งรูปภาพให้ เข้ากับสิ่งที่เราอธิบาย ในบทความของเรา แต่สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือหัวใจหลักของบทความนั้น ควรเลือกที่จะใช้

<h1>,<h2>,<h3>

เพื่อจัดลำดับความสำคัญของหัวข้อย่อยต่างๆ

7.สร้าง Back Link ที่มีคุณภาพ กลับมายังเว็บไซต์ของเรา

สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยในการทำอันดับบน Google นั่นก็คือ Backlink ครับ

Backlink คืออะไร

Back Link ก็เปรียบเสมือนกับ เพื่อน ที่พูดถึงเรา

เวลาที่เราไป เลือกตั้ง เลือกผู้แทนสภา ราษฎรนั้น ก็ไม่ต่างกันกับ Back Link ครับ

จะได้ที่นี้ Backlink คือการเลือกตั้งเว็บไซต์ให้ไปติดอันดับใน keyword ที่เราต้องการนั่นเองครับ

คุณภาพของ Back Link คืออะไร

หากเพื่อนคนนั้นมีความน่าเชื่อถือในสังคม ที่เราอยู่ หรืออีกความหมายหนึ่งก็คือ ไปตลาดที่เราอยู่ นั่นก็หมายความว่าเพื่อนคนนี้มีความน่าเชื่อถือสูง และมีความเกี่ยวข้องกับ keyword ที่เราต้องการทำอันดับสูงด้วยเช่นกัน

คำถามต่อมานั่นก็คือ เราจะสร้าง Blacklist อย่างไรได้บ้างล่ะ

อันที่จริงนะมีวิธีการสร้าง Back Link หลากหลายวิธี

ที่เราสามารถที่จะเข้าไปและ Copy วิธีการที่คู่แข่งของเราทำกับเว็บไซต์ของเขา

เพื่อจะได้มาทำกับเว็บไซต์ของตัวเราด้วย วิธีการทำนั้นก็ง่ายมาก

อ่านบทความต่อไปนี้ด้านล่างเพื่อที่จะศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการหาBacklink พร้อมกับการใช้เครื่องมือ

ขอบคุณมากสำหรับ เวลาที่เข้ามาอ่านบนเว็บไซต์ของเรานะครับ มีคำถามอะไรก็อย่าลืม ช่วยกัน comment ด้านล่างนี้

Share this post with your friends

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *