เคล็ดลับวิธีการเขียน SEO Title Tag ให้ติดอันดับ 1

เคล็ดลับวิธีการเขียน SEO TITLE
Share on facebook
Share on twitter
Share on pinterest

ใครๆก็คิดว่า Title Tags นั้นเป็นอะไรที่ง่ายแล้วก็ไม่ต้องคิดมากเพราะว่าเราสามารถเขียนตรงไปตรงมาได้เลยแต่จริงๆแล้วมันยังมีเทคนิคที่เพื่อนๆ อาจจะยังพลาดไปอยู่

จริงๆแล้วในส่วนของ Title เนี่ยมันมีประโยชน์ในด้าน seo ค่อนข้างมาก กว่าที่ทุกคนคิดไว้

 

ยกตัวอย่างเช่น Title Tag ก่อนและหลังปรับ

อ้างอิงจากเว็บไซต์ Ahrefs

rank tracker title tag old

แล้วจะกลับไปแดกไปเรียบร้อยแล้วก็แค่นี้ก็เสร็จก็เพิ่มขึ้น 37.5 เปอร์เซ็นต์ครับ

 

โน้ตไว้บอกก่อนว่าจริงๆแล้วมันไม่ได้มีแค่ตัวแปรของแต่ละแพคเพียงเท่านั้นที่ทำให้เว็บไซต์ติดอันดับสูงขึ้นนะครับแต่ผมคิดว่ามันก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อันดับสูงขึ้น

 

ในบทความนี้ผมจะอธิบายทุกๆอย่างเกี่ยวกับ SEO Title Tag อธิบายถึง 4 วิธีการสร้าง Title Tags ที่ได้อันดับดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

Seo Title Tag คืออะไรแล้วทำไมถึงมีความสำคัญ

 

Title Tag คือ html Code ที่เอาไว้ระบุว่าหัวข้อของเว็บไซต์หน้านั้นคือเกี่ยวกับอะไร

หน้าที่หลักของ  Title Tag คือบอกว่าบทความนี้เกี่ยวข้องกับอะไรทั้งคนที่จะเข้ามาในเว็บไซต์และทั้ง Google bot

 

Title Tag บน Google จะมีหน้าตาลักษณะแบบนี้

 

และเมื่อบทความนั้นถูกแชร์บน Facebook ก็จะมีลักษณะหน้าตาแบบนี้

 

มันคือสิ่งแรกที่ User เห็นเมื่อเขาค้นหาบน Google

มันเป็นส่วนประกอบสำคัญ รายการตัดสินใจของ User ว่าจะคลิกเข้ามาอ่านในบทความของเรา

อย่าลืมว่าเป็นสิ่งแรกที่ Google เข้ามาอ่านบนเว็บไซต์เราและทำความเข้าใจว่าบทความหรือเว็บไซต์เหล่านั้นเกี่ยวข้องกับคิวแบบไหนเพื่อที่จะได้ทำอันดับบน Google ได้ถูกต้อง

 

** รูปนี้มาจาก Ahrefs บ่บอกว่าดับ 1-10 นั้นมี keyword อยู่ใน Title มากน้อยแค่ไหนนับเป็นเปอร์เซ็นต์

 

ความแตกต่างระหว่าง Title Tags และ H1 Tags

 

อธิบายสั้นๆนะครับมันคือ 2 อย่างที่ไม่เหมือนกันเลย

 

H1 Tags คือตัวบอกหัวข้อที่ 1 หัวข้อที่สำคัญที่สุดในบทความ

Title Tags คือตัวบอกหัวข้อ ที่จะมีแสดงขึ้นบน Title ของเว็บไซต์

 

 

ส่วนใหญ่และเว็บไซต์หลายๆเว็บไซต์ก็จะใช้ Title Tags และ H1 Tag เหมือนเหมือนกันเพราะการที่เราใช้เหมือนๆกันนั้นจะเป็นตัวช่วยที่จะบอกว่าเว็บไซต์ในหน้านี้พูดถึงเกี่ยวกับอะไร

 

ตอนนี้เพื่อนๆ น่าจะ เข้าใจมากขึ้นไม่มากก็น้อย เกี่ยวกับ Title Tags

 

กฏเกี่ยวกับ SEO Title Tags ที่ควรรู้

 

เพื่อนๆเคยเห็น search results ที่หน้าตาแบบนี้ไหมครับ

 

ส่วนที่เป็นจุดจุดจุดนั้นก็คือส่วนที่ Google ไม่นำมาขึ้นมาแสดงเพราะว่ามีความยาวมากเกินไป

โดยปกติแล้วบน Google search นั้น SEO Title Tags ที่ดีควรที่จะมีตัวอักษรไม่เกิน 50-60 ตัว

ฉะนั้นเป็นเพื่อนๆควรที่จะเขียน Title Tags ไม่เกิน 50-60 ตัว

 

เราสามารถใช้เครื่องมือฟรีเหล่านี้ได้เพื่อทดสอบว่ามีจำนวนตัวอักษรเกิน 50-60 ตัวหรือไม่

 

บางครั้งเพื่อนๆอาจจะเคยเจอเว็บไซต์ที่ใช้ ตัวพิมพ์ใหญ่หมดเลยแต่มันก็มีโอกาศน้อยครั้งมากที่จะเจอเว็บไซต์ที่มีตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดขึ้นอยู่หน้าแรก

สิ่งที่เราแนะนำในการเขียน SEO Title Tags นั่นก็คือ

  1. Sentence case : The best thai shopping website in 2019

  2. Title Case : The Best Thai Shopping Website In 2019

ถ้าจะต้องใช้ตัวพิมพ์ใหญ่เราสามารถใช้เฉพาะบางคำได้ ตัวอย่างเช่นในรูปนี้

ยังไงก็ตามเราไม่แนะนำให้ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่สักเท่าไหร่นักแต่นี่คือเทคนิคเล็กๆน้อยๆที่เราแนะนำให้เพื่อนๆใช้เวลาเขียน SEO Title Tags

  1. เขียนให้คนอ่านไม่ใช่ให้ Spider อ่าน

  2. ทุกๆหน้าของเว็บไซต์เราจะต้องมี Title Tags ที่ไม่ซ้ำกัน

  3. ทุกๆหน้าของเว็บไซต์เราจะต้องมี Title Tags อยู่ทุกหน้า

 

ขั้นตอนที่ 1 หา keyword หลักที่จะทำอันดับ

 

เราแนะนำให้ใช้หัวข้อแทนใช้ keyword ที่ต้องการทำอันดับเพราะว่าหากเราสามารถที่จะใช้คำหลักหรือหัวข้อในการเขียนเกี่ยวกับเรื่องเรื่องนั้นแล้ว keyword ต่างๆก็จะติดอันดับไปด้วยพร้อมๆกัน

 

ข้อมูลจากเว็บไซต์ Ahrefs เราเสนอไว้ว่าเว็บไซต์ที่ติดอันดับ 1 บนคำค้นหานานๆก็จะติดอันดับคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกันที่เป็น long Tail ด้วย

 

 

ยกตัวอย่างง่ายๆเช่นคีย์บอร์ดคำว่า “Best whey protein powder for women” มีคนค้นหา 400 กรัมต่อเดือน

 

แต่ได้โปรแกรมบอกว่าแต่ละอันดับบนหน้าแรกนั้นมีคนเข้ามาในหน้านี้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ครั้งต่อเดือน

 

นั่นเป็นเพราะว่าหน้าเว็บไซต์พวกนี้ติดอันดับบนคำค้นหาที่เป็น Long Tail Keyword

 

แล้วถ้าหากเราเอาเว็บไซต์เข้าไปค้นหาดูว่าเว็บไซต์หน้านี้ติดอันดับคำว่าอะไรบ้างแล้ว

เราก็จะค้นพบว่ามีคำค้นหาที่เกี่ยวข้องกัน คำอื่นที่เป็น Longtail Keyword ติดอันดับไปด้วย

 

 

สรุปแล้วเราต้องการให้คุณลองใช้หัวข้อหลักหรือ keyword หลักอาจจะเป็น keyword 1-2 คำเข้ามาผสมเข้าไปด้วย

 

คุณมี Keyword ที่ต้องการทำอันดับแล้วหรือยัง

ถ้าเกิดว่ายัง ให้คุณลองเอาบทความสั้นๆเกี่ยวกับบทความของคุณนั้นเข้าไปที่โปรแกรม Ahrefs หน้านี้ดูสิ

 

Go to Keywords Explorer.

 

ยกตัวอย่างเช่นถ้าหากเรากำลังทำบทความเกี่ยวข้องกับ

เราก็จะใส่คำค้นหาคำว่า เข้าไปใน ช่องนี้

 

คุณก็จะเห็นว่ามันไม่ค่อยมี search Volume

 

แต่นี่ไม่ใช่ปัญหาในการทำ SEO Title Tags

 

ถ้าเราเลื่อนลงมาด้านล่างแล้วจะเห็น SERP ถ้านี้จะบอกว่าพี่ Word หลักที่ทำอันดับของหน้าหน้านั้นคือคำว่าอะไร

 

ทำให้เราเห็นว่า keyword คำว่า SEO Tips คือคำหลักที่เราต้องการทำอันดับนั่นเอง

ประมาณ 9-10 ครั้งเมื่อเราทำการค้นหาเกี่ยวกับบทความที่กำลัง เขียนอยู่เราก็จะเจอคำค้นหาหลักที่คู่แข่งเรากำลังทำอยู่นั้นเอง

 

ในตัวอย่างที่ยกขึ้นมานี้ keyword หลักก็คือคำว่า  SEO Tips

 

### ถ้าเกิดว่าเทคนิคเหล่านี้ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่หา keyword ที่ตรงตัวไม่ค่อยได้ ###

ให้ทดลองใช้ฟีเจอร์  keyword ideas > also rank for ที่ด้านซ้ายของโปรแกรม Ahrefs

ใน Feature นี้ จะแสดง keyword ที่เว็บไซต์ 10 อันดับแรกติดอันดับคีย์เวิร์ดอื่นๆด้วย

ใน List ที่แสดงนี้จะ filter เป็นจำนวน search Volume เป็นหลักซึ่งเราสามารถที่จะเลื่อนลงมาข้างล่างดูได้

 

ในตัวอย่างนี้ keyword คำว่า SEO Tips และ SEO Techniques คือ keyword หลักที่เราต้องการทำอันดับนั่นเอง

 

ขั้นตอนที่ 2  หา Keyword Longtail สำหรับ Keyword หลักของเรา

 

เราควรที่จะ target keyword หลักเพียง keyword เดียวในบทความ1 บทความแต่จริงๆแล้วมันก็เป็นไปได้ที่เราจะ target 2-3 คำที่เป็น long Tail keyword ในบทความเดียวกันที่เกี่ยวข้องกันเพราะว่าการที่เรา target keyword รองไปด้วยนั้นจะทำให้เราติดอันดับได้ง่ายขึ้นเร็วขึ้นในคิวรองและทำให้เว็บไซต์เรามีคนเข้ามาเร็วขึ้นอีกนะครับ

 

และการที่เรา target long Tail keyword นั้นมันก็เป็นส่วนหนึ่งในการที่เราแต่ง SEO Title Tags ของเราให้เข้ากันกับ keyword ที่เรา Target

 

ว่าแต่ว่า Long Tail Keyword คืออะไรล่ะ ลองฟัง David McSweeney อธิบายไว้น่ะครับ

 

Long tail keywords are the search queries with very low individual search volume, but an enormous total search demand as a group. The name comes from the “long tail” of the so‐called “search demand curve” — a graph, that plots all keywords by their search volumes.

David McSweeney

David McSweeney

Long Tail keyword คือคำค้นหาที่มีคนค้นหาต่ำต่อเดือนแต่มี keyword มากมายเลยที่อยู่ในกลุ่มคำที่ต้องการค้นหานี้คำว่า  Long tail keyword นั้น แตกมาจากคำว่า long Tail จากตัว “Search Demand Curve” ครับที่แสดงปริมาณการค้นหาที่เป็น Curve

 

 

เหมือนกับที่เดวิดบอกมาคือ keyword ที่ยาวกว่าและเจาะจงมากกว่าที่ว่าทั่วไปที่คนค้นหาเยอะๆ (ไม่ได้เสมอไปว่าจะมีคนค้นหาน้อยกว่าคำค้นหาหลัก เพราะบางคำที่เป็น Long tail keyword ก็มีคำค้นหาเยอะได้เช่นกัน)

ยกตัวอย่างเช่น

คำค้นหาหลัก  : seo tips (3800 คนค้นหาต่อเดือน)

Long tail version 1 : seo tips for beginners (100 คนค้นหาต่อเดือน)

Long tail version 2 : small business seo tips (70 คนค้นหาต่อเดือน)

 

น่าจะพอเข้าใจได้บ้างแล้วนะครับ

แต่วิธีการค้นหา long Tail keyword นั้นทำยังไงล่ะ

นั้นทำยังไงล่ะเรา นั้นทำยังไงล่ะเราสามารถใช้โปรแกรมตัว Keyword Explorer จาก Website Ahrefs.com ได้ โดยการใส่คำค้นหาหลักของเราเข้าไป

 

แล้วจากนั้นให้คลิ๊กที่

Phrase Match

 

จากนั้นโปรแกรมก็จะแสดงถึง keyword ที่มีคำที่คุณใส่เข้าไปตอนแรก ทำให้คุณจะได้ไอเดียต่างๆว่าขี้เกียจไหนที่มีคนกำลังค้นหาอยู่มากน้อยเท่าไหร่

 

 

โดยที่ keyword พวกนี้อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลยก็ได้นะครับ

 

ยกตัวอย่างเช่นบางคำเช่น SEO Tips 2017 หรือ Local SEO Tips ซึ่งเป็นคำที่ค่อยข้างแตกต่างกันเยอะอยู่ครับแม้ว่าจะเป็น SEO Tips เหมือนกันแต่ 2017 ตอนนี้ 2019 แล้ว

Local SEO Tips ก็ไม่เหมือน SEO Tips ทั่วๆไปเพราะ Focus ที่ SEO Tips เฉพาะ Local Search

เท่านั้น

 

ขั้นตอนที่ 3 ทดลองเขียน Title Tags ขึ้นมา

สเต็ปที่สามคือการเริ้มดราฟเขียน Title Tags ขึ้นมา โดยมีขั้นตอนที่ควรปฏิบัติดั่งนี้

  1. เน้นถึงเรื่องที่จะนำเสนอ โดยไม่ต้องคิดอีกรอบ

  2. สั้น และไม่มีคำเปลือง

  3. มีคำค้นหาหลักของเราอยู่บน Title Tags

 

Share this post with your friends

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *