รวมเทคนิคลงโฆษณา Facebook ให้ได้ผลสูงสุด

รวมเทคนิคลงโฆษณา Facebook ให้ได้ผลสูงสุด
Share on facebook
Share on twitter
Share on pinterest

รวมเทคนิคลงโฆษณา Facebook ให้ได้ผลสูงสุด

คนที่ลงโฆษณากับ Facebook คงทราบกันดีว่าต่อให้เราค้นเจอเทคนิคเด็ดๆหรือจะทำเงินจากเทคนิคนั้นๆ ย่อมไม่สามารถทำได้นานมาก เพราะ Facebook มีการปรับเปลี่ยนนโยบายบ่อยมากๆ ทำให้กลยุทธ์หรือเทคนิคใหม่ๆที่เราค้นเจอไม่สามารถนำมาทำเงินได้นานนัก ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ผู้ลงโฆษณาหน้าใหม่ที่มาใช้บริการโฆษณาของ Facebook จึงได้รับผลลัพธ์ที่ไม่ได้แตกต่างจากหน้าเก่ามาก เพราะต่อให้นักการตลาดหน้าเก่าที่ลงโฆษณากับ Facebook มาเป็นเวลานานก็ไม่ได้หมายความว่าจะเก่งหรือมีเทคนิคอะไรมาก เพราะไม่มีใครตามทันนโยบายใหม่ๆของ Facebook ทัน ดังนั้นหากเรายังใหม่ บอกเลยว่าไม่ต้องกลัว คุณมีโอกาสไม่ได้ต่างไปจากคนที่มีประสบการณ์เลย บทความนี้จึงขอเอาเทคนิคที่สามารถประยุกต์ใช้กับ Facebook ได้มาฝากทุกๆท่านกัน

เทคนิคสร้างความโดดเด่นด้วยโฆษณาแบบ Carousel

สมัยก่อนเราสามารถลงโฆษณาได้ด้วยรูปภาพเพียงรูปเดียว ทุกคนยังจำกันได้หรือไม่ แต่สำหรับยุคนี้ Facebook สามารถให้เรานำรูปในลักษณะ Carousel หรือรูปที่สามารถเลื่อนเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆอย่างไม่จำกัดสำหรับโฆษณา 1 ตัว ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้ทำให้โฆษณาของเราโดดเด่นกว่าเจ้าอื่นๆขึ้นมาได้ ชวนให้ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมกับโฆษณามากขึ้นโดยการกดเลือกรูปภาพหรือรายการสินค้าของเรา โดยโฆษณาแบบ Carousel ได้รับการทดสอบโดยบริษัท Kinetic Social พบว่าทำให้ยอด CTR คนคลิกโฆษณาเพิ่มขึ้นมากถึง 10 เท่าเลยทีเดียว นั่นหมายความว่ายิ่งอัตราการคลิกโฆษณาของเรามีสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้เงินโฆษณาที่เราต้องจ่ายก็ลดลงไปด้วย

เทคนิคเปลี่ยนคนไลค์โพสเป็นแฟนเพจ

อย่างที่ทุกคนทราบว่า Facebook เปลี่ยนนโยบายบ่อยมากๆ เทคนิคอีกอย่างที่ตอนนี้ได้รับความนิยมมากและถือว่าได้ผลดีมากๆนั่นก็คือเปลี่ยนคนไลค์โพสหรือมีส่วนร่วมกับโพสของเราให้มาเป็นแฟนเพจ ทำได้โดยการเชิญคนเหล่านั้นให้มาถูกใจแฟนเพจของเรา ซึ่งอัตราการกดถูกใจจะสูงมากๆ เพราะคนเหล่านี้สนใจโพสหน้าแฟนเพจของเราจริงๆ การใช้วิธีนี้ช่วยให้เราได้แฟนเพจมาฟรีๆโดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ดังนั้นอย่าพลาดโอกาสที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด แต่อย่างไรก็ตามการลงโฆษณาในปัจจุบัน ผู้ลงโฆษณาจะเน้นยอดคนกดไลค์โพสหรือแชร์โพสมากกว่า เพราะ Facebook ปรับให้มีการเข้าถึงโพสน้อยลง ดังนั้นต่อให้เรามียอดคนกดถูกใจเพจมากมายเพียงใด สุดท้ายแล้ว Facebook ก็ทำให้คนเห็นโพสใหม่ๆของเราอย่างจำกัดอยู่ดี ดังนั้นหนทางที่จะอยู่รอดจึงต้องวางแผนโฆษณาโดยเน้น Engagement มาที่การไลค์โพสจะได้ผลดีกว่าเพราะเรามั่นใจแล้วว่าผู้ใช้งานจะเห็นโพสโฆษณาของเราไปเต็มๆ จึงวัดผลได้เลยว่าซื้อหรือไม่ซื้อ กำไรมากน้อยเพียงใด

เทคนิคการดูเวลาที่กลุ่มเป้าหมายออนไลน์

ช่วงเวลาในแต่ละวัน คนจะใช้งาน Facebook ไม่เท่ากันอย่างแน่นอน การที่เราต้องการให้โพสของเราออกไปสู่กลุ่มเป้าหมาย การเลือกเวลาโพสจึงเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นอย่าลืมที่จะดู Insight ว่าระยะเวลาที่แฟนเพจออนไลน์แต่ละช่วงเวลาในแต่ละวันนั้นเป็นช่วงเวลาใดที่มีการออนไลน์มากที่สุด การเลือกเวลาที่มีแฟนเพจออนไลน์มากที่สุดนั้นจะช่วยให้เรามีโอกาสนำเสนอโพสไปยังแฟนเพจได้มากที่สุด ยิ่งสำหรับประเทศไทย มีเวลาเลิกงาน เลิกเรียนที่ค่อนข้างใกล้เคียงกันทั่วประเทศ เรายิ่งประเมินได้ว่าระยะเวลาใดที่ควรจะมีคนเห็นโพสเรามากที่สุด เราก็สามารถเลือกโพสในระยะเวลานั้นได้เลย

เทคนิคตั้งระยะเวลาโพส

หลายคนที่ต้องการโพส Facebook และต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด แต่ไม่สามารถโพสได้ตรงกับเวลาที่กลุ่มเป้าหมายของเราใช้งานมากที่สุด ดังนั้นลองเรียนรู้วิธีการตั้งเวลาในการโพสล่วงหน้า ช่วยให้เราสามารถโพสไปยังกลุ่มเป้าหมายในเวลาที่เจาะจงและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด

เทคนิคตั้งกฎให้ Facebook Optimize โฆษณาของเรา

เมื่อก่อนเราจะต้องใช้บริการ Third Party หรือบุคคลที่สามเพื่อมาช่วยจัดการโฆษณาของเรา โดยเมื่อมาเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นกับโฆษณาของเราก็จะสามารถตั้งค่าให้หยุดได้ อาทิเช่น ใช้งบไปตามที่เราได้ตั้งเอาไว้ แต่ปัจจุบัน Facebook มี Optimization Rule ให้เราเลือกได้ระหว่างการสร้างโฆษณา เพื่อจัดการลักษณะนี้ได้ฟรีแล้ว ทำให้เราเข้าจัดการและวัดผลได้ง่ายขึ้น

เทคนิคการทำ A/B Testing

บางครั้งเมื่อเราสร้างเคมเปญโฆษณาขึ้น สิ่งที่เราไม่สามารถรู้ได้แน่ชัดนั่นก็คือกลุ่มเป้าหมายของเราเป็นใคร ใครบ้างที่มีโอกาสสนใจโฆษณาของเรามากที่สุด ทำให้เราต้องเลือกยิงโฆษณาไปกว้างขึ้น เพื่อทดสอบกับกลุ่มเป้าหมายกว้างๆ และมีค่าใช้จ่ายในการโฆษณาที่ค่อนข้างสูง เพราะมีทั้งคนที่สนใจและไม่สนใจโฆษณาของเรา แต่หากเราสามารถรู้ได้ว่ากลุ่มเป้าหมายของเราเป็นใคร ก็ช่วยให้เรายิงโฆษณาไปยังคนที่มีโอกาสสนใจโฆษณาของเรามากที่สุด ดังนั้น Facebook จึงให้มีการทำ A/B Testing เพื่อทดสอบความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายต่างๆ เพื่อเราจะได้ทดสอบดูได้ว่าจนะต้องกำหนดกลุ่มเป้าหมายในโฆษณาของเราอย่างไรเพื่อให้ได้รับการตอบรับดีที่สุด

เทคนิคการใช้สื่อโฆษณา

สิ่งสำคัญอีกอย่างในการลงโฆษณากับ Facebook ให้ได้ผลนั่นก็คือการเลือกสื่อโฆษณามาใช้ลงโฆษณา โดยทั่วไปเราก็เห็นโฆษณาหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบรูปภาพ วิดีโอ รวมทั้งโฆษณาแบบที่เน้นข้อความก็ยังมีอยู่บ้าง ซึ่งโดยจิตวิทยาแล้ว คนสนใจที่จะดูโฆษณาในรูปแบบวิดีโอมากที่สุด รองลงมาคือแบบรูปภาพ ซึ่งการโฆษณาที่ใช้ได้ผลน้อยที่สุดนั่นก็คือโฆษณาแบบข้อความและมีแนวโน้มใช้ได้ผลน้อยลงไปทุกวัน เพราะอนาคตคาดว่าข้อความจะเริ่มหายไปจากสื่อโซเชียวมีเดียแล้ว  แต่เห็นผลที่เรายังเห็นข้อความโฆษณาอยู่บ้าง นั่นเป็นเพราะการสื่อสารบางอย่างยังต้องใช้ข้อความในการโฆษณาอยู่

Share this post with your friends

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *