วิธีใช้ Audience Insights เพื่อหากลุ่มเป้าหมายโฆษณา Facebook

หลายคนที่ลงโฆษณา Facebook แล้วไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งยังประสบกับปัญหาขาดทุนย่อยยับ นั่นเป็นเพราะว่าคุณเองไม่ได้เตรียมพร้อมหรือสร้างโฆษณาที่มีประสิทธิภาพต่อสินค้าของคุณมากพอ หรือไม่ได้สร้างโฆษณาที่มุ่งเน้นให้นำเสนอแบรนด์และร้านค้าของคุณไปยังกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการซื้อจริงๆ ทำให้ไม่สามารถหาคนมาซื้อสินค้าของคุณและไม่ทำให้คุณมีรายได้เป็นกอบเป็นกำได้ แท้จริงแล้วสิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้น อาจเป็นเพราะว่าคุณไม่รู้วิธีหากลุ่มเป้าหมาย หรือวิธีการเข้าถึงบุคคลที่มีกำลังในการซื้อสินค้าของคุณ

รู้จักกับ Audience Insights

Audience Insights เป็นอุปกรณ์ของ Facebook ให้เรานำมาวิเคราะห์ผู้ใช้งานที่กดถูกใจแฟนเพจและโพสของเรา รวมทั้งเก็บข้อมูลอุปกรณ์ที่ใช้ในการเข้าถึง เพศ อายุ และข้อมูลต่างๆของแฟนเพจและผู้กดถูกใจแต่ละคนมาวิเคราะห์ให้กับเรา ช่วยให้เราสามารถนำข้อมูลคนที่สนใจแฟนเพจหรือโพสของเรามาวิเคราะห์ได้ละเอียดแม่นยำขึ้น ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์ในการนำมากำหนดกลุ่มเป้าหมายให้กับโฆษณาของเราได้เป็นอย่างดี

ข้อมูล 5 ประเภทที่เราจะได้รับมาจากการใช้เครื่องมือ Audience Insights

1.ข้อมูลประชากร

ข้อมูลประชากรเป็นข้อมูลที่เราสามารถวิเคราะห์ลักษณะส่วนตัวของลูกค้าแต่ละรายที่มีโอกาสเป็นกลุ่มเป้าหมายของเรา ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางการศึกษา ข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตครอบครัว สถานะโสดหรือแต่งงานแล้ว รวมไปถึงข้อมูลอายุและการทำงานอีกด้วย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เราจะต้องเก็บอย่างละเอียด เพราะเมื่อต้องนำมายิงโฆษณาจะทำให้เรากำหนดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ ไม่ต้องยิงโฆษณาไปยังกลุ่มผู้ใช้ที่ไม่มีทางซื้อสินค้าของเรา ช่วยให้เราจ่ายค่าโฆษณาอย่างคุ้มค่าไปยังกลุ่มคนที่สนใจสินค้าของเราจริงๆ ได้ลูกค้ากลับมาจริงโดยไม่ต้องเสียเงินไปกับค่าแสดงโฆษณาไปยังกลุ่มที่ไม่มีโอกาสสนใจในตัวโฆษณาของเรา

2.การกดไลค์หน้าแฟนเพจ

เรายังสามารถดูได้ด้วยว่ากลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ของเรานั้นกดไลค์แฟนเพจอะไรบ้าง มีความเกี่ยวข้องกับตัวสินค้าหรือแฟนเพจของเรามากน้อยเพียงใด เป็นการวิเคราะห์ว่ากลุ่มเป้าหมายของเรานั้นถูกต้องมากน้อยเพียงใด หากพบว่าการกดไลค์แฟนเพจอื่นๆมีความเกี่ยวข้องกับสินค้าของเราหรือไม่ได้แตกต่างไปจากธุรกิจของเรามาก ถือว่ากลุ่มเป้าหมายนี้ใช้ได้ สามารถนำมาใช้ในการวางแผนยิงโฆษณาได้เลย เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากๆ สามารถการันตีได้ว่ากลุ่มเป้าหมายของเรานั้นถูกต้องมากน้อยเพียงใด แต่หากกลุ่มเป้าหมายของเราไม่ได้กดไลค์เพจที่เกี่ยวข้องอะไรกับเพจเราเลย อาทิเช่น เพจเราขายเครื่องสำอาง แต่กลุ่มเป้าหมายกลับไปสนใจและกดไลค์เพจการทำอาหาร ถือว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ไม่ได้ ไม่สามารถสร้างยอดขายให้เราอย่างแน่นอน

3.พื้นที่และภาษาของกลุ่มเป้าหมาย

ข้อมูลสำคัญอีกอย่างที่เราได้รับจาก Audience Insights นั่นก็คือพื้นที่และภาษาของกลุ่มเป้าหมาายของเรา ทำให้เราทราบเลยว่าผู้ใช้งานที่กดถูกใจแฟนเพจของเรานั้นมาจากจังหวัดอะไร อยู่พื้นที่ไหนเป็นหลัก ใช้ภาษาอะไร ยิ่งเป็นสินค้าชั้นนำระดับอินเตอร์เราก็จะเห็นประเทศที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของเราที่สนใจสินค้าของเรามากที่สุด ข้อมูลตรงนี้แหละช่วยให้เราโฟกัสการโฆษณาไปยังประเทศและภาษาของผู้ใช้งานหลักที่มีแนวโน้มจะมาเป็นกลุ่มเป้าหมายของเราได้ไม่ยาก ข้อมูลดังกล่าวทำให้เราได้เปรียบคู่แข่ง ซึ่งเราจะรู้ถึงกับว่าลูกค้าของเราหลักๆแล้วจะอยู่ในพื้นที่ใด ทำให้เรานำข้อมูลตรงนี้มาวิเคราะห์ในเรื่องของความต้องการเพิ่มเติม โอกาสที่จะหาสินค้าที่ตอบสนองต่อคนพื้นที่นั้นได้มากขึ้น โดยการเรียนรู้อาชีพหลัก รวมไปถึงการใช้ชีวิตของพวกเขานำมาหาวิธีการในการเสนอสินค้าตามที่พวกเขาต้องการ

4.พฤติกรรมการซื้อของ

Audience Insights สามารถนำมาตรวจสอบพฤติกรรมการซื้อของออนไลน์ของกลุ่มเป้าหมายของเราได้อีกด้วย ซึ่ง Facebook ได้ทำการรวบรวมข้อมูลดังกล่าวไว้หมดแล้ว ทำให้เราสามารถรู้ได้ว่ากลุ่มเป้าหมายของเรามีการซื้อของออนไลน์อยู่แล้วตามปกติหรือไม่ หากเราขายสินค้าออนไลน์เป็นหลัก และพบว่ากลุ่มเป้าหมายของเราเป็นกลุ่มที่ซื้อของออนไลน์ตามปกติ เราก็จะมีโอกาสเพิ่มขึ้นในการขายสินค้า

5.รายได้ของกลุ่มเป้าหมาย

รายได้ของกลุ่มเป้าหมายช่วยให้เราทราบว่ากลุ่มเป้าหมายที่เรามีอยู่นั้นมีกำลังซื้อสินค้าที่เราต้องการจำหน่ายมากน้อยเพียงใด เราควรเลือกสินค้าที่ราคาประมาณไหนเพื่อนำมานำเสนอแก่กลุ่มเป้าหมายที่เรามีอยู่ เพื่อเพิ่มโอกาสและหาวิธีในการทำยอดขายให้ได้มากที่สุด ซึ่งแน่นอนว่า Facebook ก็ได้รวบรวมมาให้เราแล้วเหมือนกัน

การทำวิจัยเพื่อตรวจสอบคุณภาพของกลุ่มเป้าหมายที่เรามีอยู่

1.การทำวิจัยเชิงประมาณ

เป็นการหาตัวเลขและความเป็นไปได้ว่ากลุ่มเป้าหมายของเรามีโอกาสมากน้อยเพียงใดที่จะซื้อสินค้าหรือบริการของเรา โดยใช้ Audience Insights Tool มาเป็นตัวช่วยบอกตัวเลขต่างๆ ทำให้เราได้ตัวเลขที่ชัดเจน สามารถบริหารจัดการเงินลงทุนในส่วนต่างๆได้เคลียร์ ลดโอกาสผิดพลาด อาทิเช่น สั่งของมาแล้วไม่มียอดขาย

2.การทำวิจัยเชิงคุณภาพ

Audience Insights Tool สามารถให้ข้อมูลของเราได้ละเอียด โดยเน้นเป็นข้อมูลเชิงตัวเลขเสียส่วนใหญ่ แต่เราจะต้องมีการวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายของเราด้วยตัวเราเอง ดังนั้นเครื่องมือดังกล่าวอาจไม่เพียงพอที่จะบอกได้ว่ากลุ่มเป้าหมายของเราจะมีพฤติกรรมของสินค้าเราอย่างไร หรือให้ความสนใจกับสินค้าบริการมากน้อยเพียงใด ดังนั้นเราจึงต้องมีการวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้งานกับสินค้าของเรา เราจะต้องนำข้อมูลจาก Google Analytics มาวิเคราะห์เพื่อศึกษาพฤติกรรมของลูกค้ากับสินค้าของเรา หากใครอยากรู้การตอบสนองจากลูกค้าว่าจะมีผลต่อสินค้าของเราอย่างไร ยังมีเทคนิคเล็กๆที่นิยมใช้กันนั่นก็คือการมองหาสินค้าลักษณะเดียวกันและค้นหาข้อมูลจาก Pantip, Jeban รวมทั้งสังคมออนไลน์อื่นๆเพื่อดูการตอบสนองของผู้ใช้ว่าพูดถึงสินค้าประเภทนั้นอย่างไร มีจุดเด่นจุดด้อยข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง เท่ากับว่าเราสามารถมองเห็นอนาคตสินค้าของเราเองและนำมาปรับปรุงแก้ไขได้ก่อนเพื่อสร้างข้อได้เปรียบในการขายไปสู่ผู้บริโภค นอกจากนี้เรายังสามารถใช้ Tool สำหรับเว็บไซต์ที่ชื่อว่า Heat Map เพื่อตรวจสอบว่าผู้เข้าชมเว็บนั้นนิยมกดเข้าไปดูตรงไหนเป็นหลัก ช่วยให้เราปรับปรุงส่วนนั้นให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

เทคนิคใช้ Audience Insights ให้มีประสิทธิภาพ

หากเราอยากใช้เครื่องมือตัวนี้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเพื่อสร้างยอดขายและยอดการเข้าใช้บริการสูงสุด แน่นอนว่าจะต้องมีทิปหรือเทคนิคกันหน่อย เราจะต้องเรียนรู้แล้วนำไปใช้จริงในการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของเรา

1.เจาะจงกลุ่มเป้าหมายแคบๆเอาไว้ก่อน

พยายามเจาะจงกลุ่มเป้าหมายแคบๆเอาไว้เพื่อให้เรามีโอกาสที่จะเรียนรู้กลุ่มเป้าหมายของเราได้มากที่สุด โอกาสที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจริงๆก็มีมากขึ้น เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้มักพร้อมที่จะซื้อสินค้าของเราอยู่แล้ว ยิ่งเราโฟกัสลงมาเท่าไหร่ เราก็ยิ่งได้ลูกค้าจริงๆมากขึ้นเท่านั้น และราคาโฆษณาของเราก็ถูกลงตัวเพราะไม่ต้องจ่ายเงินค่าโฆษณาให้กับการแสดงโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายกว้างๆที่เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีกำลังซื้อหรือไม่หรืออาจไม่ได้สนใจสินค้าของเราจริงๆก็ได้ และทำให้เราได้ลูกค้าโดยที่จ่ายเงินค่าลงโฆษณาน้อยลงเพราะเราเลือกได้ว่าต้องการให้โฆษณาแสดงไปยังสายตาของผู้ใช้ที่ต้องการซื้อสินค้าของเราจริงๆ ไม่ใช่กลุ่มคนทั่วไปที่อาจสนใจหรือไม่สนใจสินค้าของเราก็ได้

2.โฟกัสกลุ่มเป้าหมายเดียวกับคู่แข่ง

หากสินค้าของเราไปตรงกับสินค้าของใครหรือมีความคล้ายคลึงกับสินค้าของเจ้าอื่นๆ ให้เรารีบไปส่องสินค้าของเจ้านั้น หาข้อดีข้อเสียของเขา พยายามปิดข้อเสียทั้งหมดในสินค้าของเราและเพิ่มข้อดีเข้าไปให้มากที่สุด จากนั้นก็ใช้กลุ่มเป้าหมายเดียวกับคู่แข่งรายนั้นไปเลย หรือเข้าไปศึกษากลุ่มเป้าหมายของคู่แข่งที่ขายสินค้าและบริการประเภทเดียวกับเราจากนั้นนำมาวางแผนสำหรับสินค้าของเรา เป็นวิธีที่ได้ผลมากโดยที่เราไม่ต้องลองผิดลองถูกเองหรือจ่ายเงินไปกับการซื้อข้อมูลทางการตลาด

3.Customer Persona

ข้อมูลที่ได้จาก Audience Insights อีกประเภทนั่นก็คือข้อมูลที่เรียกว่า Customer Persona ซึ่งข้อมูลตรงนี้เราจะนำมาใช้ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจากการใช้ข้อมูลส่วนตัวรายคนของกลุ่มเป้าหมายของเรา ซึ่งเราได้รับข้อมูลนี้มาจากการสร้างด้วย Audience Insights ที่มาจากการวิเคราะห์เพศ อายุ การศึกษาและข้อมูลส่วนตัวต่างๆจากผู้ใช้งานแต่ละคนเพื่อนำมาวางแผนโฆษณาไปยังกลุ่มผู้ใช้ประเภทเดียวกัน การทำ Customer persona จะทำให้เรารู้จักความเป็นอยู่ของกลุ่มเป้าหมายของเรามากขึ้น ช่วยให้เราเห็นลักษณะอาชีพ ความสนใจ การศึกษาและสถานะความสัมพันธ์ ซึ่งนำมาสรุปเป็นภาพรวมให้เรานำไปโฟกัสกลุ่มเป้าหมายในการกระจายโฆษณาเพิ่ม ช่วยให้เราเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่สนใจสินค้าของเราจริงๆ ไม่ต้องจ่ายเงินเพื่อแสดงโฆษณาไปกับคนที่ไม่มีคุณสมบัติที่สามารถเป็นกลุ่มลูกค้าของเราได้

สรุปการนำ Audience Insights มาใช้ประโยชน์

Audience Insights เป็นตัวที่นำมาวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายที่เรามีอยู่ว่ามีโอกาสมากน้อยเพียงใดที่จะเข้ามาซื้อสินค้าและบริการที่เราขาย โดยให้ข้อมูลภาพรวมของกลุ่มเป้าหมายของเรา ไม่ว่าจะเป็นอายุ เพศ สถานะความสัมพันธ์ อาชีพ สถานที่ตั้ง ภาษา รวมไปถึงข้อมูลทางการศึกษาและข้อมูลอื่นๆ ซึ่งเราสามารถการันตีได้ว่ากลุ่มเป้าหมายของเราเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้องมากน้อยเพียงใดโดยตรวจสอบได้จากเพจที่กลุ่มเป้าหมายของเราไปกดไลค์เพื่อดูว่าเพจดังกล่าวเกี่ยวข้องกับสินค้าของเราหรือไม่ ถ้าเกี่ยวข้องกัน ก็แสดงว่ากลุ่มเป้าหมายของเราถูกต้องไม่มีความผิดเพี้ยน เราก็สามารถหากลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติมเพื่อสร้างฐานลูกค้าที่มากขึ้นด้วยการใช้ข้อมูลของกลุ่มเดิมที่เรามีอยู่มากำหนดกลุ่มเป้าหมายเมื่อต้องการลงโฆษณา ทำให้การลงโฆษณาของเราได้กลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง ช่วยให้เราจ่ายค่าโฆษณาอย่างคุ้มค่า ได้ลูกค้าตัวจริงที่สนใจสินค้าของเรา ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการลงโฆษณาได้เยอะมาก ทำให้เรานำเงินมาลงโฆษณาได้อย่างคุ้มค่า และได้ลูกค้าจริงๆกลับมา ดังนั้นในการลงโฆษณากับ Facebook สิ่งแรกที่เราจะต้องเรียนรู้นั่นก็คือเครื่องมือ Audience Insights ที่จะช่วยให้เราวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายจริงๆของเราได้ก่อนที่เราจะกำหนดกลุ่มลงไปในระหว่างการสร้างโฆษณา สำหรับมือใหม่ในการทำโฆษณาหรือเจ้าของร้านค้าออนไลน์ที่อยากประสบความสำเร็จในกิจการของตัวเอง การใช้เครื่องมือตัวนี้จะทำให้เรามีโอกาสสูงมากที่จะทำให้เราได้ลูกค้ามาซื้อสินค้าจริงๆ