ไม่ต้องจ้างแพงอีกต่อไป! สร้าง Infographic ด้วยตัวคุณเองจากเครื่องมือเหล่านี้

สร้าง INFOGRAPHIC ด้วยตัวคุณเอง!
Share on facebook
Share on twitter
Share on pinterest

สำหรับยุคที่ข้อมูลเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การรับรู้ข้อมูลและประมวลผลจึงต้องมีความรวดเร็วมากขึ้นเพื่อให้ทันเหตุการณ์ ยิ่งข้อมูลน่าสนใจและอ่านง่ายก็ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านมากขึ้นเท่านั้น หากการย่อยข้อมูลให้เหลือเพียงหน้าเดียวและมีสีสันน่าอ่าน คงจะดีไม่น้อย

Infographic คือ การนำข้อมูลมาเสนอในแบบของรูปภาพ เพื่อให้อ่านง่ายและประหยัดเวลาในการอ่าน อาจมีแผนภูมิหรือกราฟแทรกอยู่ด้วย ในปัจจุบันนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นสรุปเหตุการณ์บ้านเมือง ข่าวซุบซิบดารานักร้อง ข้อมูลวิชาการ รวมไปถึงการโปรโมทสินค้า ซึ่งเป็น Content Marketing ที่แต่ก่อนต้องจ้างกันแพง แต่วันนี้ทางเรามีตัวช่วยมาเสนอค่ะ

1. Canva

      เครื่องมือออกแบบกราฟฟิกที่มีแม่แบบให้เลือกเยอะและสวยมาก มีตั้งแต่ เรซูเม่ ประกาศนียบัตร แบนเนอร์ต่างๆ และ infographic คือหนึ่งในนั้น เพียงแค่คุณใส่ข้อมูลในแม่แบบที่เลือกไว้ จัดเรียงนิดหน่อยก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย นอกจากนี้ยังเลือกได้ว่าจะบันทึกเป็น PNG JPG หรือ PDF สำหรับการเริ่มต้นใช้งานก็ฟรี มีภาพถ่าย ภาพวาด และไอคอนให้เลือกใช้มากมาย ส่วนแม่แบบหรือรูปภาพที่มีสัญลักษณ์ $ คือ จ่าย 1$ ต่อการนำมาใช้ 1 ครั้ง ถ้ายังไม่ถูกใจก็สามารถอัพโหลดกราฟฟิกของเราลงในแม่แบบได้อีกด้วย

      มาถึงข้อเสียกันบ้าง เครื่องมือนี้ไม่ค่อยรองรับฟอนต์ภาษาไทย แต่ด้วยความที่กราฟฟิกและแม่แบบสวย ใช้วิธีบันทึกไฟล์ที่มีแค่รูป แล้วใช้ Photoshop หรือโปรแกรมอื่น เช่น Paint Powerpoint ในการใส่ตัวอักษรภาษาไทยก็ได้ และถ้าสมัครสมาชิกแบบเสียเงินจะมีสิทธิพิเศษอื่นๆ เพิ่มเติมอีก สำหรับมือใหม่อาจยังไม่จำเป็นเท่าไรนัก

2. Easelly

      สร้าง Infographic จากแม่แบบที่มีอยู่ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องลงทะเบียน มีไอคอน กราฟฟิก รูปภาพให้เลือกใช้เพื่อแก้ไขแม่แบบให้ได้ตามต้องการ อัพโหลดกราฟฟิกของเราลงไปได้เช่นเดียวกับ Canva กราฟ แผนภูมิ เครื่องมือครบสุดๆ เริ่มต้นก็ฟรีอีกเช่นกัน หากต้องการเข้าถึงแม่แบบมืออาชีพ จะจ่ายเงิน 3$ ต่อเดือน ข้อเสียคือแม่แบบฟรีที่มีให้เลือกใช้ไม่ค่อยสวย จึงต้องการการปรับแต่งเยอะเป็นพิเศษ

3. Infogram

      จากชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเน้นเรื่องแผนภูมิ กราฟและแผนภูมิของเครื่องมือนี้ถือว่าสวยงามมากและมีให้เลือกหลากหลายแบบ แนะนำสำหรับ Content Marketing ที่ใช้ข้อมูลตัวเลขเยอะ สามารถเชื่อมต่อกับไฟล์ Excel ได้ ไม่ต้องพิมพ์ข้อมูลหลายครั้งให้เสียเวลาและป้องกันความผิดพลาด เมื่อนำข้อมูลนั้นมาสร้างเป็น Infographic รับรองว่าไม่แพ้มืออาชีพแน่นอน

      เริ่มต้นฟรี แต่ข้อเสียคือไม่สามารถนำออกจากเว็บได้ถ้าคุณไม่ยอมเสียเงิน  นอกจากนั้นคุณยังต้องจ่ายถึง 67$ เพื่อนำโลโก้ออกจาก Infographic ที่เราออกแบบเสร็จแล้ว ซึ่งแพงกว่าเครื่องมืออื่น

4. Piktochart

      เครื่องมือสำหรับการทำ Infographic โดยเฉพาะ แม่แบบก็สวย เริ่มใช้งานก็ฟรี แต่มีเงื่อนไขสำหรับจำนวนแม่แบบ การนำออกและโลโก้ที่ติดมากับแม่แบบ หากจะนำโลโก้ออกจะต้องซื้อแพกเกจแบบโปรราคา  29$ ต่อเดือน ข้อเสียคือไม่สามารถอัพโหลดฟอนต์ของเราเองมาใช้กับเครื่องมือนี้ได้ แม้ว่าจะจ่ายแพกเกจแพงที่สุดที่มีแล้วก็ตาม ซึ่งมีวิธีแก้ไขคือ ถ้าคุณใช้เวอร์ชันฟรีอยู่ ให้บันทึกเป็น PNG แล้วแก้ไขต่อที่โปรแกรมอื่น สำหรับแพกเกจไลท์อยู่ที่ 15$ ต่อเดือนสามารถบันทึกเป็น PDF ได้และมีแม่แบบให้เลือกเพิ่มขึ้น สำหรับมือใหม่ไม่ได้ใช้บ่อย แพกเกจฟรีถือเป็นตัวเลือกที่ดีในการฝึกหัดใช้งาน

5. Venngage

      เครื่องมือนี้คือการผสมผสานของความสามารถในการประมวลผลข้อมูลออกมาในรูปของแผนภูมิอย่าง Infogram กับกราฟฟิกมืออาชีพของ Canva และแม่แบบที่สวยงามของ Piktochart อย่างลงตัว เริ่มต้นฟรีแต่ต้องเสียเงินสำหรับการนำโลโก้ออกเช่นเคย สำหรับแพกเกจมืออาชีพราคาเพียง 19$ ต่อเดือนเพื่อนำโลโก้ออก ซึ่งถูกกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องมืออื่น นอกจากนี้ยังมีแพกเกจธุรกิจ 39$ ให้เลือกใช้เพื่อการใช้งานที่มากขึ้นด้วย

6. Visme

      เครื่องมือออกแบบกราฟฟิกเช่นเดียวกับเครื่องมืออื่นๆ ไม่ได้เน้นอะไรเป็นพิเศษ เริ่มต้นใช้งานได้ฟรีเช่นกัน ข้อเสียคือมีแม่แบบให้เลือกใช้น้อย และบันทึกเป็น PDF ไม่ได้ และถ้าคุณยังอยู่ในเวอร์ชันฟรีจะถูกจำกัดการใช้งานแค่ 3 งานเท่านั้น

      ข้อควรระวังในการใช้คือ เน้นที่เนื้อหาเป็นส่วนสำคัญ ควรเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน อย่าลืมว่าจุดประสงค์ของ Infographic คือ ช่วยให้ข้อมูลอ่านง่าย เข้าใจได้อย่างรวดเร็วและควรจบภายในหน้าเดียว เนื้อหาที่เป็นตัวอักษรไม่ควรเยอะเกินไป ควรจะสั้นและกระชับ นอกจากนี้ควรอ่านข้อมูลหรือเนื้อหาที่จะใช้ในการออกแบบให้เข้าใจก่อนแล้วค่อยเลือกรูปแบบของ Infographic เรื่องสีสันก็สำคัญไม่แพ้กัน การเลือกสีที่ตัดกันจนเกินไปทำให้ลายตา อ่านยาก แต่การเลือกสีไปในแนวทางเดียวกันโดยไม่เน้นส่วนไหนเลยก็ดูน่าเบื่อ

สำหรับเครื่องมือที่นำเสนอไปแล้วนั้น ควรพิจารณาว่าเลือกใช้เครื่องมือใดจะเหมาะกับรูปแบบของข้อมูล แต่ละเครื่องมือจะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป การใช้งานง่ายและซับซ้อนในบางฟังก์ชัน แม้แต่ราคาที่จะจ่ายออกไป เป็นข้อดีที่ทุกเครื่องมือมีให้ลองใช้ฟรี ดังนั้นควรศึกษาและลองใช้ดูก่อนเพื่อเป็นตัวเลือกสำหรับการใช้งานเมื่อเป็นมืออาชีพต่อไป

Share this post with your friends

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *